Men Don’t Cry (?) เป็นลูกผู้ชายห้ามร้องไห้?

ผู้ชายภายใต้กรอบของความ “แมน”

“ลูกผู้ชายห้ามร้องไห้” หรือ “เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เป็นวลีที่เราคุ้นเคย คำพูดเหล่านี้ล้วนส่งเสริมมายาคติที่ว่าความอ่อนแอเป็นสิ่งที่คู่กับเพศหญิง ผู้ชายที่ริอาจแสดงสิ่งที่สังคมมองว่าเป็นความอ่อนแอก็จะถูกมองว่าไม่เหมาะกับความเป็นชาย หรือ “ไม่แมน”

ภาวะที่ผู้ชายถูกคาดหวังให้ทำอะไรหรือไม่ทำอะไรเพราะ “ความแมน” คือสิ่งที่เรียกว่า “Toxic Masculinity” หรือภาวะความเป็นชายเป็นพิษ หนึ่งในภาพความเป็นชายที่สังคมตั้งกรอบไว้ก็คือการห้ามแสดงความรู้สึก ความอ่อนไหว ความเปราะบาง เห็นได้จากที่เรามักได้ยินคำพูดทำนองที่ว่า “ผู้ชายก็แบบนี้แหละ ไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ หรอก” (และมักจะต่อด้วย “ไม่เหมือนผู้หญิง”)

Toxic Masculinity นี่แหละที่ทำให้ผู้ชายหลายคนเลือกที่จะไม่ระบายความรู้สึกผ่านการร้องไห้ โดยเฉพาะการร้องไห้ให้คนอื่นเห็น หรือเลือกที่จะปกปิดว่าตนเองร้องไห้ เพราะมองว่าการร้องไห้คือความอ่อนแอ คือสิ่งที่มีความเป็นผู้หญิง (Feminine) ซึ่งความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมก็ทำให้ผู้ชายอยากจะหลีกหนีความเป็นผู้หญิงให้ไกล และเป็นชาย (Masculine) ให้ได้มากที่สุด จนเลี่ยงที่จะแสดง “ความอ่อนแอ” ออกมา ทั้งที่จริงๆ แล้วการร้องไห้เป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะร้องไห้จากความเศร้า เสียใจ ผิดหวัง หงุดหงิด หรือโกรธ ก็เป็นการระบายอารมณ์ ลดความเครียด ทำให้ภาวะอารมณ์ดีขึ้นทั้งนั้น

เพราะผู้ชายก็ร้องไห้ได้ ทีมงาน Nisit Review จึงได้สอบถามนิสิตชายจาก 9 คณะด้วยคำถามว่า “ร้องไห้ล่าสุดเรื่องอะไร” เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องถูกขังอยู่ในกรอบของภาวะความเป็นชายเป็นพิษ


ร้องไห้ครั้งสุดท้ายก็เรื่องคุณยายเสียชีวิตอะครับ เราพยายามทำใจมาโดยตลอดกับเรื่องที่ต้องสูญเสียท่านไป เพราะท่านก็อายุมากแล้ว จะว่าเราไม่อดทนก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมก็ยังคิดว่าการร้องไห้คือการระบายความในใจที่ดีที่สุดในตอนนั้นด้วย และมันก็ช่วยให้ผมฟื้นตัวได้เร็วกว่าการเก็บไว้เงียบๆ คนเดียวครับ

– นิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

แข่งกีฬามา ละแพ้ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ร้องแล้ว เพราะมันน่าอายนิดหน่อย แต่พอเห็นเพื่อนๆ ร้อง มันก็ห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่

– นิสิตคณะอักษรศาสตร์

ร้องล่าสุดคงเป็นเรื่องงานในมหาลัย คือโดนสั่งงานดนตรีที่เป็นไปไม่ได้ในโลกความเป็นจริง บวกกับเวลาจำกัด คือมันไม่ practical และเวลาไม่พอ บอกอาจารย์ที่ดูแลแล้ว แต่นาง insist ที่จะเอาให้ได้ เลยบอกไปว่ามันจะไม่ดีมากนะ เตือนก่อน นางก็โอเค ซ้อมวงเตรียมความพร้อมไปเรียบร้อย วันซ้อมใหญ่นางก็มาดู ซึ่งก็ตามที่บอก มันไม่ practical มันก็ไม่เพราะ แล้วนางก็บอกว่านี่หรอ ทำได้แค่นี้หรอ ตอนนั้นก็ยืนยันไปอีกทีว่าเฮ้ยเราบอกคุณแล้ว ว่ามันทำไม่ได้ ด้วยธรรมชาติของวงและเวลา แต่นางก็ยังบอกว่า เนี่ยนะ ไปเมืองนอกมาไปไหนมา ทำได้แค่เนี้ย ละนางก็วอล์กเอาท์ไป ละก็ร้องไห้เลย มันเป็นความรู้สึกของ perfectionist ส่วนนึงด้วย เพราะแบบ เห้ยกุทำให้มึงดีที่สุดแล้วเว่ย จากสิ่งที่แม่งเป็นไปไม่ได้และไม่แพรคทิคอลเนี่ย มันไม่เกี่ยวเลยว่าเก่งไม่เก่ง คุณไม่มองด้วยซ้ำว่าธรรมชาติของงานที่สั่งเป็นยังไง ออกแนวผิดหวังช้ำใจในตัวเองว่ากุผิดไรวะ 5555555555555555

– นิสิตคณะครุศาสตร์

ผมเป็นคนคิดมากครับ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเหนื่อยมาก มีงานกิจกรรมเข้ามาเยอะ และอ่านหนังสือไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ แถมยังมีงานสอนเข้ามาเรื่อยๆ อีก มีอยู่วันนึงผมคุยกับแฟนไม่เข้าใจกัน จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร แต่คุยกันกี่ทีก็ไม่เข้าใจสักที แต่ครั้งนั้นทะเลาะกันแรงมาก จนเลิกคุยกันไปเลย ผมรู้สึกเหมือนความอัดอั้นในใจมันถึงขีดจำกัด เหมือนว่าผมไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง คืนนั้นผมร้องไห้ครับ ร้องจนหลับไป บางทีมันต้องระบายออกมาบ้างครับ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หลังจากนั้นมันก็รู้สึกดีขึ้นนะ

– นิสิตคณะวิทยาศาสตร์

เรื่องที่ร้องไห้ล่าสุดก็คงจะเป็นเรื่องงานที่เราทำไปแล้วเขาไม่สนใจงานของเรา แล้วก็ทิ้งงานของเราไปเลย แล้วสุดท้ายเขาก็ให้ใครไม่รู้มาทำงานที่เราทำไว้ตั้งนานแล้ว แล้วจริงๆ ไม่ใช่งานเดียวอะ สี่ห้างานแล้วที่เขาไม่เอางานของเราแล้วให้ใครทำก็ไม่รู้

– นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์

ร้องเพราะดูหนังแล้วอินตามนี่นับมั้ยอ่ะ เรื่องล่าสุดที่น้ำตาแตกก็ When I get home, my wife pretends to be dead อะ
ร้องเพราะว่าหนังมันเล่นเรื่องการยอมเสียสละบางส่วนของชีวิตเพื่อธำรงไว้ซึ่งชีวิตคู่ของสามีภรรยา มันเป็นเรื่องที่ simple but fine อะ มันทัชความรู้สึกมากตอนที่ได้ดู แล้วก็ผู้ชายร้องไห้มันก็ไม่เห็นแปลกเลยหนิ ประมาณว่าแบบมันเหมือนการได้ปลดปล่อยความรู้สึกหนักๆ ในใจออกมาบ้าง ไม่ใช่เก็บไว้ข้างในจนกัดกินสุขภาพจิตอะ

– นิสิตคณะนิเทศศาสตร์

มีคอนฟลิคกับหัวหน้าตอนฝึกงานจ้า เเบบเราให้ความเคารพ เเต่ว่ามีครั้งนึงที่เราทำผิดสัญญากับเค้า เเล้วมันทำให้เรารู้สึกไม่โอเคมากๆ จนต้องไปคุยเเล้วขอโทษฮะ

– นิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

ถ้าถามว่าสิ่งที่ทำให้ร้องไห้ได้ล่าสุดนี้คืออะไร ก็คงเป็นหนังรักโรแมนติกซาบซึ้งเรื่องนึงที่บีบน้ำตาผมได้เป็นลิตรเลย ด้วยความที่ส่วนตัวผมเป็นคนนึงที่ร้องไห้ได้ยากมาก จะเจอเรื่องอะไรแย่ๆมาก็จะพยายามคิดในแง่ดีให้ผ่านพ้นไปได้ตลอดถ้าเป็นเรื่องในชีวิตผมเอง แต่ก็มีอยู่เรื่องนึงเพิ่งผ่านมาได้ไม่นานมาก ประมาณช่วงเทอมที่แล้วก็มีอยู่ครั้งนึงที่ผมร้องไห้ มันเป็นความเหนื่อยและความกดดัน รวมถึงความท้อ ทุกอย่างมันผสมรวมกันไปหมดจนอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลออกมาเอง ลองนึกย้อนไปก็ตลกตัวเองเหมือนกัน
ช่วงนั้นเป็นช่วงใกล้ไฟนอล งานทุกอย่างทุกวิชาก็ได้ถาโถมเข้ามาพร้อมกันแทบจะตั้งรับไม่ทัน ทั้งงานกลุ่มงานเดี่ยว งานกลุ่มก็กดดันกลัวจะทำงานได้ไม่ดีพอ งานเดี่ยวก็กลัวทำไม่ทันเวลา ความกดดัน เวลา ทุกๆอย่าง นั่นแหละสุดท้ายผมก็ร้องไห้จนได้ แต่มันก็ผ่านพ้นมาได้นะ แถมยังทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วย มันทำให้เรารู้ว่าแม้จะเจอเรื่องที่แย่ขนาดไหนยังไงสุดท้ายมันก็จะผ่านไปได้ อย่าคิดมาก

– นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ถ้าถามว่าร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ตอบตรงๆ ว่าก็แอบจำไม่ได้ว่าที่ร้องไห้ล่าสุดนั้นร้องเมื่อไหร่ และร้องไห้เรื่องอะไร แต่เท่าที่พอจะนึกออกก็คงจะเป็นตอนที่ดูหนังหรือไม่ก็ซีรีส์เรื่องหนึ่ง แล้วรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร ทั้งบรรยากาศของฉากและเพลงประกอบ มันทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้อย่างดี คงจะเป็นเพราะเราเอาใจช่วยตัวละครนั้นมาตั้งแต่ต้นเรื่อง พอถึงจุดจุดหนึ่งน้ำตามันก็ไหลออกมาตามตัวละครตัวนั้น

ถ้าถามอีกว่าร้องไห้เป็นเรื่องที่แปลกไหม สำหรับเรามันคือเรื่องปกติมาก ๆ ที่คนคนหนึ่งจะร้องไห้ออกมา มันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก เมื่อรู้สึกว่าอยากร้องก็ร้องออกมา บางทีมันก็ยังเป็นการช่วยระบายความอึดอัดหรือความเครียดบางอย่างในตัวเราด้วยซ้ำ เคยไหมที่บางครั้งฟังเพลงเพลงนึงที่เราไม่ได้ฟังนานแล้ว จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเราก็มีความสุขไม่ได้มีความทุกข์อะไร บางทีมันอาจจะเป็นความคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตที่เรามีร่วมกับเพลงนั้น ๆ ก็ได้

– นิสิตคณะรัฐศาสตร์