10 ปัญหาที่นิสิตจุฬาฯ (อาจจะ) ต้องเจอ

โดย กองบรรณาธิการ

ยินดีต้อนรับนิสิตใหม่รหัส 61 ที่กำลังจะเข้ามาเป็นชาวจุฬาฯ อย่างเป็นทางการกลางเดือนสิงหาคมนี้จ้า มหา’ลัยของเรามีประวัติและเกียรติภูมิมายาวนานแล้วอย่างที่รู้ ๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่กับจุฬาฯ มายาวนานเช่นกันก็คือปัญหาต่าง ๆ ที่บรรดานิสิตจุฬาฯ ล้วนพบเจอ ทางนิสิตรีวิวจึงรวบรวม 10 ปัญหาที่นิสิตจุฬาฯ (อาจจะ) ต้องเจอมาให้ดูกัน

เว็บลงทะเบียนเรียนของจุฬาฯ หรือที่รู้จักกันว่าเว็บ Reg Chula เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ ๆ ของจุฬาฯ ที่ทุกคนต้องเจอในช่วงลงทะเบียนเรียน ไม่ว่าจะเป็นเว็บล่มบ้าง คนที่นั่งรอลงทะเบียนต้องคอยกด refresh เพื่อที่จะได้ลงทะเบียนเรียนทันบ้าง (เรียกกันว่า Reg War) นอกจากนั้นช่วงที่เกรดออก หรือผลลงทะเบียนออกเว็บก็ล่มอีก ทำให้นิสิตอย่างเรา ๆ หัวร้อนกันทุกที พอลงทะเบียนเรียนไม่ทันก็เด้ง บางคนจึงต้องจำใจเรียนวิชาอื่น (ที่อาจจะไม่อยากเรียน) บางคนล็อกอินแล้วก็ดันกลายเป็นข้อมูลของคนอื่น แล้วอย่างนี้ ความเป็นส่วนตัว และความยุติธรรม มันอยู่ที่ไหนกัน?

รอบรั้วมหา’ลัยหรือในมหา’ลัยควรเป็นเขตปลอดภัยของนิสิต แต่ถามจริง ๆ นะ ใครจะกล้ายืนยันว่ารอบจุฬาฯ เนี่ยปลอดภัยแน่นอน? นิสิตหลายคนต้องออกจากมหาลัยฯ ตอนดึกๆ เป็นประจำ ทั้งทำกิจกรรมดึก ทำงานกับเพื่อน หรืออ่านหนังสือช่วงสอบ เอาตั้งแต่ฝั่งพญาไทหรือฝั่งใหญ่ ถนนพญาไทตอนกลางคืนนี่มีข่าวชิงทรัพย์เยอะมาก ถ้ากลับตอนดึก ๆ แทบไม่มีคนเดินผ่าน แถมนิสิตหญิงยังเสี่ยงโดนคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านคุกคามทางวาจาอีกต่างหาก (จากประสบการณ์ตรงและคนรู้จัก) ฝั่งเล็กก็ไม่แพ้กัน บริเวณอุโมงค์หน้าคณะนิเทศมีข่าวคนสติไม่สมประกอบคุกคามนิสิตอยู่หลายครั้ง รปภ. อ้างว่าไม่อยู่ในเขตจุฬาฯ เลยช่วยอะไรไม่ได้อีก หรือแม้แต่ในมหาลัยฯ เอง ในหอกลางก็เคยมีเคสนิสิตชายนั่งพื้นถ้ำมองขานิสิตหญิง อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดซ้ำอีกมั้ย ลองนึกดูว่านิสิตปัจจุบันเวลากลับออกจากมหาลัยฯ ตอนดึก ๆ จะรู้สึกว่าต้องระวังตัวขนาดไหน บางทีก็เกิดคำถามว่าความรู้สึกหวาดระแวงเวลาต้องเดินบริเวณโดยรอบสถานศึกษาตอนกลางคืนมันควรเป็นเรื่องปกติแบบนี้จริง ๆ หรือ?

 

ไม่ใช่ทุกคณะที่จะมีโรงอาหารเป็นของตัวเอง บางคณะต้องมาขอยืมโรงอาหารคณะอื่นใช้เพราะพื้นที่ไม่พอ นอกจากคณะอื่นจะมากินด้วยแล้ว บุคคลภายนอกที่มาร่วมกินด้วย (คนที่อยู่คณะอักษรฯ จะเข้าใจ) ทำให้นิสิตตาดำๆ ที่ต้องรีบกินข้าวก่อนไปเรียนต่อช่วงพักกลางวันเพราะไม่มีที่จะนั่ง บางคนต้องซื้อของไปนั่งกินในห้องเรียนแทน บางคนก็ต้องเผื่อเวลาในการกินข้าวมากกว่าเดิม จุฬาฯ พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการแปะป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้ามากินระหว่างช่วง 11.00 – 13.00 น. แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ บางคนไม่อยากกินที่คณะตัวเองเพราะอาหารไม่อร่อย อยากมากินของคณะอื่นที่อร่อยกว่า ส่วนนิสิตที่ไม่มีที่นั่งต้องย้ายไปนั่งที่โรงอาหารคณะอื่น เลยเป็นปัญหาต่อกันไปเรื่อย ๆ

หอในจุฬาฯ มองว่านิสิตติดหนี้บุญคุณหอ ต้องตอบแทนด้วยการร่วมงานของจุฬาฯ เพื่อเก็บคะแนนกิจกรรม ใครคะแนนน้อยก็หลุดหอปีต่อไป แต่บางกิจกรรมนิสิตต้องแย่งชิงกันสมัครไป บางกิจกรรมก็ดันกีดกันคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ หรือบางกิจกรรมที่ต้องการผู้เข้าร่วมเยอะ ๆ ก็ต้องเกณฑ์ชาวหอในไป ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าไปเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ได้เต็มใจจะร่วม นอกจากต้องเก็บคะแนนกิจกรรมแล้วยังต้องทำตามข้อปฏิบัติที่เรียกได้ว่าล้าหลังอย่างเช่นนิสิตหญิงมีกฎห้ามกลับหลังสี่ทุ่ม ถ้ากลับถึงหอดึกหลังสี่ทุ่มต้องเซ็นชื่อเข้า กลับดึกบ่อยๆ ตอนจบปีก็มีสิทธิโดนเรียกไปอบรม อันนี้ย้ำว่าจำกัดสิทธิเฉพาะผู้หญิง เพราะนิสิตชายกลับกี่โมงก็ได้! นอกจากนี้ก็มีเรื่องโรงอาหารหอในที่เจอความสกปรกบ่อยจนคนเลิกบ่นแล้วมั้ง ล่าสุดมีคนเจอเล็บในข้าวอีก อ่านแล้วรู้สึกว่าราคาถูกแค่ไหนก็ไม่กล้ากินแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณภาพชีวิตนิสิตหอในที่นี่ถึงมีเท่านี้

น้อง ๆ อาจจะพบกับการรับน้องหลากหลายรูปแบบที่นี่ ตั้งแต่รับน้องรวมของมหาวิทยาลัย (ที่เราเรียกว่า บ้านรับน้อง) จนถึงรับน้องคณะ รับน้องภาค การรับน้องส่วนใหญ่แล้ว ต้องบอกว่าโชคดีที่พี่ ๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และอาจารย์ก็สนับสนุน แต่ก็ยังมีบางคณะที่อาจารย์ และนิสิตยังเห็นว่า สิทธิมนุษยชนไม่สำคัญเท่ากับความสามัคคีและการทำตามคำสั่ง น้องๆ ที่ต้องเจอแบบนี้ก็ต้องบอกว่า โชคร้ายหน่อยนะ

น้อง ๆ อาจจะงงกับมาตรฐานราคาที่ไม่คงที่สักหน่อยของวินจุฬาฯ เช่น ที่พี่มีประสบการณ์การเรียกวินจากจุฬาฯ บริเวณหน้าวัดหัวลำโพงไปสยาม คิดราคา 40 บาท แต่ถ้าจากสยามไปวัดหัวลำโพงคิดราคา 50 บาท บางครั้งวินบริเวณนี้อาจจะเรียกสูงกว่านี้ด้วย อย่างช่วงฝนตก ดังนั้นขอให้น้อง ๆ มีศิลปะการต่อรองราคา ถ้าเขาพูดว่า ราคาเท่านี้ ถ้าราคาไม่ตรงตามป้ายที่ติดไว้หรือระยะทางไม่คุ้มค่า ให้ปฏิเสธและร้องเรียนกรมขนส่งได้เลย

รถ ปอ.พ หรือ Pop Bus มีหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะไปคณะไหนก็สะดวก แต่ปัญหาที่นิสิตจุฬาฯ ทุกคนต้องเจอคือ รถมาช้ามาก โดยเฉพาะตอนที่กำลังรีบไปเรียนตอนเช้าหรือช่วงเวลาเร่งด่วน ถ้านั่งรถสาย 1 จากสยามมาก็มีโอกาสน้อยมากที่จะไปเรียนทันถ้าเหลือเวลาอีกแค่ 15 นาที นอกจากจะมาช้าแล้ว คนก็ขึ้นเยอะมากเพราะรถวิ่งน้อย (โดยเฉพาะสาย 2 ที่คนขึ้นเยอะแต่รถไม่เพียงพอกับจำนวนคน) จนบางทีรอไปถึง 20 นาทีกว่าจะมาหนึ่งคัน บางคนจึงเลือกที่จะเดินหรือปั่นจักรยานแทน

กฎการบังคับใส่ชุดนิสิตเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบสักที สิ่งที่น่าปวดหัวเช่นเดียวกันก็คือการนั่งคิดว่าไปเรียนคณะไหน เจออาจารย์คนไหนเห็นนิสิตไม่ใส่เครื่องแบบแล้วโดนด่า โดนหักคะแนน เรียนที่ไหนใส่ชุดไปรเวทได้ บางคณะเป็นที่รู้กันว่าเคร่งระเบียบ ต้องใส่ชุดนิสิตเท่านั้น เช่น ครุฯ เภสัชฯ แพทย์ฯ ส่วนบางคณะใส่ชุดไปรเวทได้เต็มที่ อยากใส่อะไรก็ใส่ได้เลยไม่มีการจำกัดสิทธิ เช่น อักษรฯ รัฐศาสตร์ บางคณะสับสนไปอีกเพราะบางวิชาอาจารย์อนุญาตให้ใส่ บางวิชาอาจารย์เคร่งก็โดนหักคะแนน หรือขนาดใส่ชุดนิสิตแต่รองเท้าไม่เป๊ะตามระเบียบอาจารย์บางท่านก็หักคะแนน มีหลายเกณฑ์เหลือเกิน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทั้งมหาลัยจะเห็นตรงกันเรื่องระเบียบการใส่/ไม่ใส่ชุดนิสิตสักที

เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วที่ระบบการลงทะเบียนเรียนเปลี่ยนจากการลงรอบเดียวเป็นการลงทะเบียนได้ 7 รอบ ตอนที่เปลี่ยนระบบมีรายละเอียดออกมาน้อยมาก เกิดคำถามเกี่ยวกับระบบการลงทะเบียนเรียนใหม่นี้มากมาย สร้างความสับสนให้กับนิสิตจำนวนมาก อีกทั้งเวลาการลงทะเบียนแต่ละรอบก็ไม่ตรงตามประกาศ เพราะเว็บมีปัญหา ต่อมาอีกเรื่องคือจุฬาฯ ประกาศเปลี่ยนระบบการตัดค่าเทอมผ่านบัญชีเป็นบัญชีธนาคารกสิกร จากเดิมเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ใครไม่มีบัญชีกสิกรต้องทำใหม่เพื่อจ่ายค่าเทอม หรือถ้าไม่เปิดบัญชีก็ต้องโหลดแอป CU NEX เอาบาร์โค้ดไปแสกนจ่ายค่าเทอมที่ธนาคาร บัตรนิสิตที่ผูกกับบัตรเดบิตเหมือนเดิมก็ต้องขอใหม่ผ่านแอป CU NEX เช่นกัน ก็ต้องรอดูกันว่าต่อไปจุฬาฯ จะเปลี่ยนระบบอะไรอีกบ้างไหม

น้องๆ เข้ามามหาวิทยาลัยแล้ว อาจจะคิดว่า ตอนนี้สามารถจะคอยจัดการชีวิต อาจารย์คนไหนไม่ดีมหาวิทยาลัยก็จะเข้ามาดูแล เปลี่ยนอาจารย์ให้ หรือมีคนคอยประเมินอาจารย์ ไม่ต้องกลัวแบบเจอครูสมัยมัธยม ซึ่งนี่ก็เป็นความจริงอยู่บ้าง แต่ CU-CAS ที่นิสิตประเมินอาจารย์กัน บางวิชาอาจารย์สอนไม่ดีเลย แต่ถ้าอาจารย์ไม่แคร์ ไม่อ่าน หรือคะแนนไม่แย่จนเกินไป อาจารย์ก็ยังสอนแบบเดิม ๆ ที่อาจจะแย่ ๆ ซึ่งนิสิตประเมินไปก็ไม่มีผล

หมายเหตุ

ที่มาภาพถ่าย https://goo.gl/EBVnY2
ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 https://goo.gl/A4JyK4